Water-cooled #ชิลเลอร์เครื่องทำน้ำเย็น สเปค 100 ตัน Water-Cooled Screw Compressor Chiller ราคา 6.9 แสนบาท

สเปคเครื่องทำความเย็น (Chiller)

  • กำลังความเย็น: 345 kW (297,000 Kcal/h หรือ 98 TR)
  • ระบบควบคุม: PLC พร้อมจอสัมผัส, ควบคุมอัตโนมัติ
  • แหล่งจ่ายไฟ: 3 เฟส 380V 50Hz
  • โหมดสตาร์ท: Y-Δ (Star-Delta)
  • ระบบควบคุมพลังงาน: ปรับระดับ 0-33%-66%-100% หรือ 0-25%-50%-75%-100%
  • ระบบป้องกัน: แรงดันสูง-ต่ำ, น้ำยาไหลย้อน, ระดับน้ำมัน, การไหลของน้ำ, ป้องกันน้ำแข็ง, เฟสกลับและเฟสขาด

คอมเพรสเซอร์

  • ประเภท: สกรูคู่กึ่งเฮอร์เมติก 5:6
  • จำนวน: 1 ตัว
  • กำลังไฟฟ้าเข้า: 79.6 kW
  • กระแสไฟฟ้า: 139.5 A

เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน

  • Evaporator (ฝั่งน้ำเย็น):
    • ชนิด: Shell & Tube ประสิทธิภาพสูง
    • ขนาดท่อ: DN 125
    • อัตราการไหล: 59.3 m³/h
    • ความดันสูญเสีย: 65 kPa
  • Condenser (ฝั่งน้ำหล่อเย็น):
    • ชนิด: Shell & Tube ประสิทธิภาพสูง
    • ขนาดท่อ: DN 125
    • อัตราการไหล: 74.2 m³/h
    • ความดันสูญเสีย: 62 kPa

สารทำความเย็น

  • ชนิด: R22
  • ปริมาณสารทำความเย็น: 75 kg

ขนาดและน้ำหนัก

  • ขนาด (ยาวกว้างสูง): 310011001830 mm
  • น้ำหนักเครื่อง: 2,350 kg
  • น้ำหนักขณะทำงาน: 2,510 kg

📌 หมายเหตุ: เครื่องนี้เป็นเครื่องทำความเย็นแบบสกรู ใช้สารทำความเย็น R22 และเหมาะสำหรับระบบทำความเย็นขนาดใหญ่

การเลือกใช้งาน **R407C** หรือ **R22** ใน **75-ton Water-Cooled Chiller** ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความเหมาะสมกับระบบ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบ:
### **1. ด้านประสิทธิภาพการทำความเย็น (Cooling Performance)**
– **R22**:
– มีค่าการทำความเย็น (Cooling Capacity) สูงกว่า R407C เล็กน้อยในระบบที่ออกแบบมาสำหรับ R22
– ใช้งานกับคอมเพรสเซอร์และระบบเก่าได้ดี แต่เริ่มล้าสมัย
– **R407C**:
– มีค่าการทำความเย็นที่ใกล้เคียง R22 แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเล็กน้อยในระบบเก่าที่ไม่ได้ปรับปรุง
– ใช้ได้ดีในระบบใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
### **2. ด้านสิ่งแวดล้อม**
– **R22**:
– เป็นสาร HCFC ที่ทำลายชั้นโอโซน (ODP สูง)
– อยู่ในกระบวนการถูกยกเลิกการใช้งานทั่วโลกตามพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol)
– การผลิตและการนำเข้า R22 ถูกจำกัดหรือยุติในหลายประเทศ
– **R407C**:
– เป็นสาร HFC ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (ODP = 0)
– มีค่า GWP (Global Warming Potential) สูงแต่ดีกว่า R22
– เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
### **3. ด้านการบำรุงรักษาและต้นทุน**
– **R22**:
– สารทำความเย็นและอะไหล่มีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากข้อจำกัดการใช้งาน
– ต้องการช่างที่เชี่ยวชาญการดูแลระบบเก่า
– **R407C**:
– อุปกรณ์และสารทำความเย็นหาได้ง่ายกว่าในปัจจุบัน
– อาจต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วนหากต้องการอัปเกรดจาก R22
### **สรุป**
– หากระบบของคุณยังใช้ R22 ได้และไม่มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน อาจใช้งานต่อได้ชั่วคราว แต่ต้องเตรียมแผนเปลี่ยนแปลงในอนาคต
– **R407C** เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการหาอุปกรณ์
หากต้องการลงทุนใหม่หรือปรับปรุงระบบ ควรเลือก **R407C** หรือพิจารณาใช้สารทำความเย็นรุ่นใหม่ที่มี GWP ต่ำกว่า เช่น R134a หรือ R32 ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของระบบและข้อกำหนดทางเทคนิคของ Chiller.
**R407C** เริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่ช่วง **ปลายทศวรรษ 1990s ถึงต้นทศวรรษ 2000s** หลังจากที่มีการบังคับใช้พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) เพื่อควบคุมและลดการใช้งานสารทำความเย็นประเภท HCFCs (เช่น R22) ซึ่งมีผลกระทบต่อชั้นโอโซน
R407C ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นสารทำความเย็นทดแทน R22 ในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น เนื่องจาก:
1. **ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (ODP = 0)**
2. **มีสมบัติทางเทอร์โมไดนามิกส์ใกล้เคียงกับ R22**
– สามารถใช้ในระบบเดิมที่ออกแบบมาสำหรับ R22 โดยปรับปรุงอุปกรณ์เล็กน้อย เช่น น้ำมันหล่อลื่น (เปลี่ยนเป็น POE)
ช่วงเวลานั้น R407C เป็นที่นิยมใน:
– ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type)
– ระบบชิลเลอร์ (Chiller) ขนาดเล็กถึงกลาง
– ระบบทำความเย็นที่ไม่ได้ต้องการอุณหภูมิต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม R407C ถูกแทนที่ในบางกรณีด้วยสารทำความเย็นรุ่นใหม่ เช่น R410A, R32 และสาร HFOs (Hydrofluoroolefins) ที่มี GWP ต่ำกว่า เนื่องจากข้อกำหนดด้านการลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential) ในช่วงปี 2010 เป็นต้นมา.
ในประเทศไทย ราคาของสารทำความเย็น **R22** และ **R407C** มีความแตกต่างกัน โดยทั่วไป **R22** มักมีราคาสูงกว่า **R407C**
**เหตุผลที่ R22 มีราคาสูงกว่า:**
1. **การลดการผลิตและการนำเข้า:** เนื่องจาก **R22** เป็นสาร HCFC ที่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน การผลิตและการนำเข้าถูกจำกัดตามพิธีสารมอนทรีออล ทำให้ปริมาณในตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาสูงขึ้น
2. **ความต้องการที่ยังคงมีอยู่:** แม้จะมีการจำกัดการใช้ แต่ยังมีระบบปรับอากาศและทำความเย็นหลายระบบที่ยังคงใช้ **R22** ทำให้ความต้องการยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ราคายังคงสูง
**ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้:**
– **R22:** แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่หากระบบของคุณออกแบบมาเพื่อใช้ **R22** การเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นอื่นอาจต้องมีการปรับปรุงระบบเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
– **R407C:** เป็นสารทำความเย็นที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน **R22** มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
**สรุป:** หากพิจารณาเฉพาะด้านราคา **R407C** มีราคาถูกกว่า **R22** ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้สารทำความเย็นควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับระบบของคุณ และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้น้ำยาแอร์ **R407C** ทดแทน **R22** ในระบบเครื่องปรับอากาศ สามารถศึกษาได้ที่
จากข้อมูลที่มีอยู่ ราคาของสารทำความเย็น **R22** และ **R407C** ในประเทศไทยมีดังนี้:
– **R22**:
– ถังขนาด 13.6 กิโลกรัม ราคาประมาณ 3,200 บาท
– คิดเป็นราคาประมาณ **235 บาทต่อกิโลกรัม**
– **R407C**:
– ถังขนาด 11.3 กิโลกรัม ราคาประมาณ 2,900 บาท
– คิดเป็นราคาประมาณ **257 บาทต่อกิโลกรัม**
อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อและผู้จัดจำหน่าย
นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงความพร้อมในการจัดหาและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในการเลือกใช้สารทำความเย็นด้วย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสั่งซื้อ สามารถติดต่อผู้จัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ของคุณ

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “Water-cooled chiller ชิลเลอร์เครื่องทำน้ำเย็น 100 ตัน”

Your email address will not be published. Required fields are marked